6/11/56

อาหารที่กินคู่กัน.....อันตรายจริงหรือ

การส่งต่อๆ กันอย่างแพร่หลาย ในโลกออนไลน์ตอนนี้ คือ "อาหารที่กินคู่กัน...อันตราย" ซึ่งเป็นเรื่องน่าตกใจ เช่น


 หัวไช้เท้ากับเห็ดหูหนู ทั้งดำและขาว ห้ามกินด้วยกัน จะเป็นโรคผิวหนัง



 เต้าหู้กับน้ำผึ้ง ห้ามกินด้วยกันจะทำให้หูหนวก




 มันฝรั่งกับกล้วยทุกชนิด ห้ามกินรวมกัน จะทำให้หน้าเป็นฝ้า



 หัวไช้เท้ากับผลไม้ทุกชนิด ห้ามกินรวมกัน จะทำให้เกิดคอพอก



 กล้วยกับเผือก ห้ามกินด้วยกัน จะทำให้ท้องอืด



มันเทศกับลูกพลับ ห้ามกินรวมกัน จะทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร



 กล้วย มะละกอ แตงโม ห้ามกินด้วยกัน จะทำให้เป็นโรคไตกับโรคเบาหวาน



 ทุเรียนกับน้ำอัดลม ให้พิษร้ายมากกว่าพิษงูเห่า


 ขิงดอง ห้ามเข้า ตู้เย็น กินแล้วจะเป็นโรคมะเร็ง




 เหล้าขาวกับเบียร์ ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เส้นเลือดในสมองแตก 

นายสง่า ดามาพงษ์ อุปนายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้จัดการโครงการโภชนาการสมวัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อธิบายว่า ข้อมูลในโซเซี่ยลมีเดียก็จำเป็นต้องหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งอื่น เนื่องจากบางเรื่องนั้น ไม่มีข้อมูลทางเอกสารวิชาการมากพอที่จะยืนยันว่าจริงเท็จแค่ไหน บางอย่างเป็นเพียงความเชื่อ แต่ไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์

แต่เพื่อความปลอดภัยก็ไม่ควรรับประทานอาหารแปลกๆ หรือพิสดารมากๆ เพราะอาจเสี่ยงได้รับอันตรายสูง

แต่ตามหลักการทั่วไป การได้รับพิษจากอาหารนั้นมาจาก 4 สาหตุ คือ 

1.เกิดจากพิษในตัวอาหารเอง 
2.เกิดจากการปนเปื้อนของสารเคมี เช่น การกินอาหารทะเลปนเปื้อน หรือผักปนเปื้อน 
3.การปนเปื้อนของเชื้อโรค จุลินทรีย์ ทำให้อาหารบูดเน่า 
4.อาหารที่มีพยาธิ ปรุงสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ ก้อย ปลาดิบ เป็นต้น

สำหรับข้อมูลที่บอกว่ากินหัวไช้เท้ากับผลไม้ทุกชนิดจะทำให้เกิดคอพอก หรือเต้าหู้กับน้ำผึ้งหากกินด้วยกันจะทำให้หูหนวก ไม่มีข้อมูลวิชาการมายืนยัน 

แต่กรณีการกินถั่วลิสงกับฟักทองจะทำให้ลำไส้อักเสบนั้น ตามหลักโภชนาการไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เนื่องจากถั่วลิสงเป็นไขมัน ฟักทองมีวิตามินเอ ซึ่ง ไขมันจะทำละลายวิตามินเอได้ดี เป็นผลดีมากกว่าเสีย
มีเพียงบางเรื่องที่ตามหลักวิชาการมีความเป็นไปได้ คือ การดื่มเหล้าขาวกับเบียร์ร่วมกันจะทำให้เส้นเลือดสมองแตกได้ ตรงนี้มีความเป็นไปได้ เพราะเหล้าขาวมีดีกรีสูง หากดื่มร่วมกับเบียร์จะยิ่งทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้น เสี่ยงอันตรายได้
ส่วนการกินทุเรียนกับน้ำอัดลมร่วมกันมีพิษร้ายมากกว่างูเห่านั้น อาจดูรุนแรงเกินไป แต่อันตรายย่อมมี เพราะทุเรียนกับน้ำอัดลม มีทั้งแก๊สและน้ำตาล จะส่งผลให้เกิดอาการช็อกได้ ดังนั้นการรับประทานอะไรต้องระมัดระวังให้ดี
วิธีการรับประทานให้ถูกหลัก คือ เลือกกินอาหารที่หลากหลาย หลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม เกินไป และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่


ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ประโยชน์จากการดื่มน้ำอุ่นธรรมดา

ประโยชน์ไม่ธรรมดา จากน้ำอุ่นธรรมดา
         


 น้ำอุ่นธรรมดาในแก้วธรรมดา ซ่อนประโยชน์มากมายไว้เกินกว่าที่คุณคิด 
ขอนำความลับหลากประโยชน์ของการดื่มน้ำอุ่น จากหนังสือ ดื่มน้ำอุ่นลดหุ่น สำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ มาฝาก



          1. ช่วยป้องกันอาการบวมน้ำและความอ้วนจากไขมันสะสมการดื่มน้ำอุ่นอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส จะช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกาย และเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญอาหารและขยายหลอดเลือด จึงช่วยป้องกันอาการดังกล่าวได้



          2. ช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ลดการกินอาหารเกินจำเป็น การดื่มน้ำอุ่นจะช่วยกระตุ้นความรู้สึกอบอุ่นที่เยื่อเมือกในช่องปาก เพิ่มความเร็วในการไหลเวียนเลือดไปยังกระเพาะอาหาร ซึ่งจะส่งสัญญาณให้สมองรับรู้ว่าอิ่มเร็วขึ้น จึงลดการกินอาหารส่วนเกินได้


          3. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก การดื่มน้ำอุ่นจะช่วยสร้างความอบอุ่นและกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายใน ทำให้ระบบย่อยอาหารสามารถแยกสารอาหารที่ร่างกายต้องการออกจากอาหารที่กินได้


          4. ช่วยแก้อาการมือเท้าเย็น เมื่อร่างกายเย็น อวัยวะภายในจะเก็บสะสมไขมันไว้มากขึ้น เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกาย ซึ่งน้ำอุ่นจะมาช่วยเพิ่มอุณหภูมิและปรับสมดุลความเย็น ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายกลับคืนสู่ความภาวะปกติ


          5. ช่วยปรับสภาพผิวแห้งและบอบบาง เนื่องจากน้ำอุ่นช่วยขยายหลอดเลือดและเพิ่มอัตราการไหลเวียนเลือดได้ถึง 3,000 มิลลิลิตรต่อนาที ทำให้เอนไซต์ภายในเซลล์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า และยับยั้งการสร้างเม็ดสีตัวการของผิวหมองคล้ำได้อีกด้วย


          6. ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค การดื่มน้ำอุ่นจะช่วยป้องกันอาการเลือดข้นกว่าปกติ จึงไม่เป็นต้นเหตุแพร่กระจายของแบคทีเรียในร่างกาย และยังช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวที่เป็นส่วนสำคัญของภูมิชีวิต ทำให้ร่างกายแข็งแรง ป่วยยากขึ้น

          มาเริ่มต้นดื่มน้ำอุ่นแทนน้ำเย็น เพื่อมอบหลากประโยชน์ไม่ธรรมดาแก่ร่างกายกัน

จากนิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 362